สารวัด ฉบับที่ 151275 วันอาทิตย์ที่ 5 เมษายน ค.ศ. 2020 อาทิตย์พระทรมาน – แห่ใบลาน  ระลึกถึงการเสด็จเข้าสู่กรุงเยรูซาเล็มของพระเยซูเจ้า

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญมัทธิว

มธ 27 : 11-54

ขณะนั้น พระเยซูเจ้าทรงยืนอยู่ต่อหน้าผู้ว่าราชการ ผู้ว่าราชการถามพระองค์ว่า “ท่านเป็นกษัตริย์ของชาวยิวหรือ”   พระเยซูเจ้าทรงตอบว่า  “ท่านพูดเองนะ”  แต่เมื่อบรรดาหัวหน้าสมณะและผู้อาวุโสกล่าวหาพระองค์ พระองค์มิได้ทรงตอบ

ปีลาตจึงถามพระองค์ว่า   “ท่านไม่ได้ยินหรือว่าเขากล่าวหาท่านหลายประ การ” แต่พระองค์มิได้ตรัสตอบประการใด  ทำให้ผู้ว่าราชการประหลาดใจมาก

มีประเพณีที่ผู้ว่าราชการต้องปล่อยนักโทษคนหนึ่งตามคำขอร้องของประชา ชนในวันฉลอง  เวลานั้น มีนักโทษอุกฉกรรจ์คนหนึ่งชื่อบารับบัส ดังนั้น เมื่อประชาชนมาชุมนุมกัน      ปีลาตจึงถามว่า  “ท่านทั้งหลายต้องการให้ข้าพเจ้าปล่อยผู้ใด ปล่อยบารับบัส หรือเยซู ที่เรียกว่าพระคริสต์”  ปีลาตรู้อยู่แล้วว่า เขาจับพระองค์มามอบให้เพราะความอิจฉา

ขณะที่ปีลาตนั่งอยู่บนบัลลังก์ศาลนั้น ภรรยาของเขาส่งคนมาบอกว่า “อย่าไปยุ่งเกี่ยวกับผู้ชอบธรรมคนนี้เลย เพราะวันนี้ ฉันฝันถึงเรื่องของคนคนนี้ จึงไม่สบายใจมาก”

แต่บรรดาหัวหน้าสมณะและผู้อาวุโส      เสี้ยมสอนยุยงประชาชนเพื่อขอให้ปล่อยบารับบัส และประหารพระเยซูเจ้า    ผู้ว่าราชการจึงถามว่า “ในสองคนนี้  ท่านอยากให้ข้าพเจ้าปล่อยคนไหน”  พวกเขาตอบว่า “บารับบัส”   ปีลาตจึงถามว่า   “ถ้าเช่นนั้น จะให้ข้าพเจ้าทำอะไรกับเยซู  ซึ่งมีชื่อว่า พระคริสต์”  ทุกคนตอบว่า “ให้เขาถูกตรึงกางเขน”   ปีลาตถามอีกว่า “เขาทำผิดอะไร”    แต่ประชาชนร้องตะโกนดังยิ่งขึ้นว่า  “ให้เขาถูกตรึงกางเขน”

เมื่อปีลาตเห็นว่าไม่มีประโยชน์อะไร มีแต่จะวุ่นวายยิ่งขึ้น จึงนำน้ำมาล้างมือต่อหน้าประชาชน กล่าวว่า “ข้าพเจ้าไม่ขอเกี่ยวข้องกับโลหิตของผู้นี้   เรื่องนี้เป็นธุระของท่าน”  ประชาชนทุกคนตอบว่า   “ขอให้เลือดของเขาตกเหนือเรา  และเหนือลูก หลานของเราเถิด” แล้วปีลาตสั่งให้ปล่อยบารับบัส สั่งให้โบยตีพระเยซูเจ้า แล้วมอบพระองค์ให้เขานำไปตรึงกางเขน

บรรดาทหารของผู้ว่าราชการนำพระเยซูเจ้าเข้าไปในจวนและเรียกทหารทั้งกองมาพร้อมกัน เขาเปลื้องฉลองพระองค์ออก  นำเสื้อคลุมสีม่วงแดงมาคลุมให้  นำหนามมาสานเป็นมงกุฏสวมพระเศียร  ให้พระองค์ถือไม้อ้อในพระหัตถ์ขวา แล้วคุก เข่าลงเฉพาะพระพักตร์  เยาะเย้ยพระองค์ว่า  “ข้าแต่กษัตริย์ของชาว ยิว ขอทรงพระเจริญเทอญ”  เขาถ่มน้ำลายรดพระองค์  ฉวยไม้อ้อฟาดพระเศียร เมื่อเยาะเย้ยพระ องค์แล้ว  เขาก็ถอดเสื้อคลุมของพระองค์ออก  นำฉลองพระองค์สวมให้ดังเดิม แล้วจึงนำพระองค์ไปตรึงบนไม้กางเขน

ขณะที่บรรดาทหารนำพระองค์ออกไปนั้น   เขาพบชายชาวไซรีนคนหนึ่ง ชื่อ  ซีโมน จึงเกณฑ์ให้แบกไม้กางเขนของพระองค์  เมื่อมาถึงสถานที่แห่งหนึ่งซึ่งเรียกว่า กลโกธา แปลว่า เนินหัวกะโหลก       ทหารนำเหล้าองุ่นผสมดีมาให้พระองค์ดื่ม พระองค์ทรงชิมแล้ว ไม่ยอมดื่ม     เมื่อตรึงพระองค์บนไม้กางเขนแล้ว   เขานำฉลองพระองค์มาแบ่งกันโดยจับฉลาก และนั่งเฝ้าดูพระองค์อยู่ที่นั่น

เขาติดป้ายเหนือพระเศียรของพระองค์ เขียนข้อกล่าวหาพระองค์ไว้ว่า   “นี่คือเยซูกษัตริย์ของชาวยิว”  เขายังตรึงโจรสองคนพร้อมกับพระองค์ด้วย   คนหนึ่งอยู่ข้างขวา อีกคนหนึ่งอยู่ข้างซ้าย….

ตั้งแต่เวลาเที่ยง ทั่วแผ่นดินก็มืดจนถึงเวลาบ่ายสามโมง ครั้นถึงเวลาบ่ายสามโมง พระเยซูเจ้าทรงร้องเสียงดังว่า “เอลี เอลี ลามาสะบัคทานี”  ซึ่งแปลว่า “ข้าแต่พระเจ้าของข้าพเจ้า ข้าแต่พระเจ้าของข้าพเจ้า ทำไมพระองค์จึงทรงทอดทิ้งข้าพเจ้าเล่า” บางคนที่อยู่ที่นั่นได้ยินจึงพูดว่า “เขากำลังร้องเรียกเอลียาห์”

ทันใดนั้นชายคนหนึ่งวิ่งไปนำฟองน้ำจุ่มเหล้าองุ่นเปรี้ยวเสียบปลายไม้อ้อส่งให้พระองค์เสวย แต่คนอื่นพูดว่า “ อย่าเพิ่ง คอยดูซิว่า เอลียาห์จะมาช่วยเขาไหม” แต่พระเยซูเจ้าทรงเปล่งเสียงดังอีกครั้งหนึ่ง แล้วสิ้นพระชนม์…..

ข้อคิด

เมื่อมองและรับรู้ชีวิตของพระเยซูเจ้าในแบบที่พระองค์ทรงเป็นมนุษย์ พระเยซูเจ้าย่อมจะรู้สึกถึงความเจ็บปวดในใจไม่น้อย ที่ “เขาเหล่านี้เป็นชนชาติของพระองค์ กล่าวหาพระองค์” และพระองค์คงจะเศร้าหนักยิ่งขึ้น เมื่อเขาเหล่านั้นลงประชามติเลือกนักโทษผู้ทำผิดอุกฉกรรจ์ แต่กลับไม่แยแส ไม่ให้ราคาแก่พระองค์เลย เขาเหล่านี้ปฏิเสธพระองค์ และส่งพระองค์ให้ไปถูกตรึงแขวนอยู่บนไม้กางเขน แม้พระเยซูเจ้าจะต้องเดินสู่ความทุกข์กายและความเศร้าในจิตใจอย่างมหันต์จนขาดใจ แต่พระองค์ก็ไม่ท้อและไม่ถอยในการรักเรามนุษย์……ลูกขอบพระคุณพระองค์ ลูกขอบพระคุณพระองค์   

ทางสายนั้น

ทรงก้าวเดินนำขบวนแห่เข้าสู่แผ่นดินที่จ้องทำร้าย

….มิเป็นเพียงแค่ก้าวเดินสู่กาลเวลาและสถานที่

ที่ความบริสุทธิ์ใจมิอาจปกป้อง

แต่….เป็นการก้าวเดินสู่แดนประหาร

ในท่ามกลางเสียงเพลงและไชโยโห่ร้อง

ความสับสนวุ่นวายก่อตั้วขึ้น ขณะทุกคนไต่ถาม ชายผู้นี้เป็นใคร

ชนชาวเมืองพบกับคำตอบว่า เขาเป็นเยซู

ประกาศกจากนาซาเร็ธ….ดินแดนทางเหนือแห่งกาลิลี

…ชนจากแดนเหนือกำลังบุกรุกผืนดินแห่งแดนใต้

….ชนชาวบ้านนอกกำลังท้าทายชนชาวเมือง

….ประกาศกจากชนบทกำลังเผชิญหน้ากลุ่มอำนาจแห่งเมืองหลวง

บนเส้นทางสายนั้น สาวกทั้งหมดดูจะวิ่งหนีพระองค์

….คนหนึ่งทรยศพระองค์ด้วยรอยจูบ

….อีกคนปฏิเสธพระองค์ด้วยคำสาบาน

….ความหวาดกลัวที่ถูกขังในหัวใจ

ได้บงการการตัดสินใจของพวกเขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

จริงซิ….เมื่อต้องยืนอยู่ต่อหน้าความทุกข์เจ็บปวด

คำถามที่หนักหน่วงและท้าทายปรากฎอยู่ต่อหน้า

ฉันจะยังคงยืนอยู่กับเขา หรือจะวิ่งหนีไป

พระเยซู….ทรงก้าวเดินต่อไปจนถึงปลายทาง

เส้นทางสายนี้มิใช่ทางแห่งพระมหาทรมาน

แต่…เป็นทางสายความรักอันยิ่งใหญ่

ความรักนี้เข้มข้นและเปี่ยมล้น

….นำพาพระองค์ให้ก้าวเดินบนเส้นทางแห่งความปวดร้าว

พระองค์สามารถหลีกเลี่ยงที่จะเดินล่องใต้ สู่เยรูซาเล็ม

….สามารถประนีประนอมกับชีวิต….อยู่อย่างไม่ไยดีมากมายและอยู่รอด

แต่….ความรักในหัวใจดวงนี้ ยิ่งใหญ่เกินกว่าที่จะเก็บกักไว้

ในขอบรั้วแห่งความอยู่รอด และมั่นคงปลอดภัย

ความรักที่เข้มข้นในหัวใจ ได้ขับเคลื่อนพระองค์ ให้ก้าวเดิน

ผ่านบนพิสูจน์แห่งความรัก….กางเขน

กางเขนของพระเยซูที่ตั้งเด่นอยู่ ณ ใจกลางชีวิตคริสตชน

จึงเป็นเรื่องราวการเดินทางที่ยาวไกลของความรัก ที่มอบให้ไม่รู้จบ

ในวันนั้น ที่ฉันเริ่มสงสัยในคุณค่าของตัวเอง

ว่า….ฉันเป็นที่รัก….เป็นที่ต้องการจริงหรือ

ฉันพึงมองไปยังบุคคลนั้นบนกางเขน

….ดูจะเป็นการยากที่จะนอนจมอยู่ในความไร้ค่า

เมื่อฉันมองดูเขาผู้นั้นที่คิดถึงฉัน และยอมตายเพื่อฉัน

กางเขนได้ถูกยกขึ้นเพื่อประกาศคุณค่าแห่งตัวฉัน และมนุษยชาติ

เขาผู้นั้นได้มองเห็นฉันมีคุณค่าเพียงพอ

ที่ยอมแลกกับความเจ็บปวดและความตาย

แก่นแท้แห่งเรื่องราวพระมหาทรมานจึงอยู่ในความจริงที่ว่า

พระเจ้าทรงรักฉัน

ส่วนที่เหลือเป็นเพียงแค่กาก และเปลือกนอก

ประชาสัมพันธ์ สัปดาห์ที่แล้ว

สวัสดีครับ พี่น้องที่เคารพรัก  นโยบายและคำสั่งของรัฐบาล ในการเฝ้าระวังและป้องกันการระบาดโรคเชื้อไวรัส COVID-19 ขอให้ทุกคนอยู่บ้าน หยุดเชื้อเพื่อชาติ และคำประกาศอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ เรื่องงดประกอบพิธีกรรมและพิธีขอบพระคุณ จนถึงวันเสาร์ที่ 4 เมษายน 2020 ทำให้พวกเราต้องอยู่บ้าน ไม่ได้ไปร่วมพิธีกรรมต่างๆ ที่วัด แต่เราสามารถร่วมพิธีได้ทาง Social Media  จากหลายๆ ช่องทาง  ทั้งการถ่ายทอดสดจาก  Facebook  และ Website ต่างๆ จาก สังฆมณฑลและหลายๆวัด เชื่อว่าพี่น้องหลายๆท่านได้มีโอกาสร่วมใจ-ร่วมภาวนาแล้ว                                         แต่หลังจากนี้ เราจะเข้าสู่สัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งจะเริ่มด้วยวันอาทิตย์ใบลาน และการเฉลิมฉลองปัสกา ซึ่งประกอบด้วยพิธีตรีวาร 3 วัน คือ วันพฤหัสศักดิ์สิทธิ์ วันศุกร์ศักดิ์สิทธิ์ และวันเสาร์ศักดิ์สิทธิ์ พ่อกำลังรอประกาศของอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ ถึงแนวทางของการปฏิบัติซึ่งคงจะประกาศในเร็ววันนี้ แต่คงติดเรื่อง พรก.ฉุกเฉิน ที่รัฐบาลประกาศ ซึ่งห้ามชุมนุมกันและอื่นๆตามที่พี่น้องคงทราบโดยทั่วกันแล้ว     พ่อจึงมีความคิดเห็นว่า พ่อจะประกอบพิธีต่างๆ ดังนี้

**วันอาทิตย์ใบลาน                  5 เมษายน             เวลา  09.00 น.                                                            **วันพฤหัสศักดิ์สิทธิ์               9 เมษายน             เวลา  19.00 น.

**วันศุกร์ศักดิ์สิทธิ์                 10 เมษายน   เวลา  17.00 น.

**วันเสาร์ศักดิ์สิทธิ์                 11 เมษายน             เวลา  19.00 น.

**วันอาทิตย์สมโภชปัสกา   12 เมษายน         เวลา  09.00 น.

โดยจะถ่ายทอดสดทาง    Facebook Fanpage : วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า – Official      หรือhttps://www.facebook.com/Rangsit.Church

 

สำหรับพี่น้องที่ปรารถนาจะไปร่วมพิธีที่วัด ขอความมั่นใจดังนี้ :-

1.ต้องมั่นใจว่า สุขภาพสมบูรณ์ ไม่มีไข้ ไม่มีอาการทุกอย่าง  ที่ส่อว่าจะเป็นหรือติดเชื้อมาจากที่ใด ไม่ได้ไปในสถานที่เสี่ยงว่าจะได้รับเชื้อมา

2.ล้างมือให้สะอาดด้วยเจลล้างมือ และสวมหน้ากากอนามัย   ขอพี่น้องเข้าใจว่า พ่อมิได้รังเกียจพี่น้อง แต่ในสถานการณ์เช่นนี้ เราต้องช่วยกันระวังอย่างเต็มที่ และไม่ประมาทแม้สักนิด

พี่น้องมีความคิดเห็นอย่างใดช่วยเสนอด้วยนะครับ พ่อยังต้องการเครื่อง Thermoscan และหน้ากากอนามัย เพื่อใช้บริการพี่น้อง พี่น้องท่านใดมีช่องทางหาซื้อมาได้ จะเป็นพระคุณยิ่ง ขอบพระคุณครับ!!!

สำหรับพี่น้องท่านใดต้องการขอมิสซาหรือทำบุญต่างๆ เพื่อความสะดวกของพี่น้อง พ่อได้เปิดบัญชีธนาคารไว้แล้ว ซึ่งพี่น้องสามารถโอนเงินผ่านบัญชีพร้อมเพย์ ระบุเบอร์มือถือพ่อ 081-874-0878 หรือแสกน QR Code ได้นะครับ    พี่น้องท่านอื่นที่ไม่สะดวกก็ตามปรกติครับหรือพี่น้องท่านใดจะเสนอความคิดเห็นก็เสนอได้นะครับ.

ประกาศประชาสัมพันธ์ วันอาทิตย์ 5 เมษายน 2020

เมื่อวันฉลองนักบุญยอแซฟ วันที่ 19 มีนาคม 2020 วัดพระชนนีขอพระเป็นเจ้า รังสิต ของพวกเรา ได้ประกาศ งดพิธีบูชาขอบพระคุณ และ การชุมนุมทุกอย่างพร้อมกันที่วัด ตามมติมาตรการป้องกันโรคติดต่อเชื้อไวรัส  COVID-19 จนถึงวันเสาร์ที่ 4 เมษายน 2020 นั้น

บัดนี้ สถานการณ์การติดเชื้อยังไม่ดีขึ้นกว่าที่ควร รัฐบาลได้ประกาศเคอร์ฟิวทั่วประเทศ เริ่มวันที่ 3 เมษายน 2020 ดังนั้น วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต ของพวกเรา คงต้องงดพิธีบูชาขอบพระคุณ และการชุมนุมทุกอย่างพร้อมกันที่วัด ต่อไป จนกว่าสถานการณ์ต่างๆ จะดีขึ้น

อย่างไรก็ดี ที่วัดของเราจะมีพิธีกรรมในช่วงสัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์ โดยจัดเป็นพิธีกรรมแบบปิด แต่จะมีการถ่ายทอดสดผ่านทาง                   F

acebook Fanpage : วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า-official

หรือ   https://www.facebook.com/Rangsit.Church

 

** พ่อจึงขอประกาศให้พี่น้องทราบโดยทั่วกัน ขอพี่น้องร่วมใจภาวนาด้วยกัน ด้วยความเชื่อและความศรัทธา หลายครั้งมนุษย์เราคิดว่ามนุษย์สามารถทำได้ทุกอย่าง แต่ความจริงแล้ว มนุษย์ต้องรับว่า ปราศจากพระเป็นเจ้าแล้ว มนุษย์ไม่สามารถทำอะไรได้เลย พระเป็นเจ้าสามารถกระทำได้ทุกสิ่ง

** ขอเน้นว่า พี่น้องที่ปรารถนาจะไปร่วมที่วัด ต้องมีความมั่นใจ  2 ข้อ ดังนี้

1)   ต้องมั่นใจว่าสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง ไม่มีไข้ ไม่มีอาการทุกอย่างที่ส่อว่าจะติดเชื้อมาจากที่ใด   ไม่ได้ไปในสถานที่ที่เสี่ยงว่าจะได้รับเชื้อมาแน่นอน

2)   ต้องชำระตัวและล้างมือให้สะอาดด้วยเจลล้างมือและสวมหน้ากากอนามัย

**อย่างไรก็ดี พ่อจะเสกใบลาน และเตรียมไว้ที่หน้าบ้านพ่อ พี่น้องท่านใดปรารถนาจะรับใบลานไป เพื่อเตือนความเชื่อ ความศรัทธา ว่างๆ ขับรถแวะมารับได้นะครับ และขอขอบคุณคุณแหม่ม – มีนา บัวทรัพย์ ที่จัดเตรียมใบลานอันสวยงามไว้ให้กับพวกเราด้วยครับ

**สำหรับผู้ที่ปรารถนาจะขอมิสซาและทำบุญ ก็ขอให้พี่น้องทำตามที่ได้ประกาศประชาสัมพันธ์ไปแล้ว หรือตามนี้นะครับ

https://www.motherofgod-church.com/wp-content/uploads/2020/04/Covid-191-scaled.jpg

https://www.motherofgod-church.com/wp-content/uploads/2020/04/บัญชีวัด.jpg

Tags: , , , , , , ,

'งดแสดงความคิดเห็น'.