สารวัด ฉบับที่ 151198 วันอาทิตย์ที่ 21 ตุลาคม ค.ศ. 2018

การแพร่ธรรม หัวใจ ความเชื่อของคริสตชน

บอกเล่าให้ฟัง

สันติสุขของชุมชนแห่งความเชื่อ เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญเป็นอย่างยิ่ง พ่อเชื่อว่าพี่น้องทุกๆท่านปรารถนาจะมีชุมชนแห่งความเชื่อที่มีความสงบสุข ทำให้พ่อคิดถึงพระวาจาของพระเจ้าจากพระวรสารนักบุญลูกา บทเพลงของเศคาริยาห์ “ทรงช่วยเราให้พ้นเงื้อมมือของศัตรู เพื่อรับใช้พระองค์โดยปราศจากความหวาดกลัวใดๆ”  หลังจากที่ท่านเศคาริยาห์มีประสบการณ์กับพระเจ้า จากเหตุการณ์การกำเนิดมาของนักบุญยอห์นบัปติสตา ท่านได้สวดเพลงสุดดีบทหนึ่งสรรเสริญพระเจ้า และในเพลงสดุดีที่ท่านสวด ท่านได้แสดงความเบิกบานใจอย่างที่สุดว่า เนื่องจากพระเจ้าที่ท่านรักและนมัสการทรงสรรพานุภาพและทรงความดีเช่นนี้ ต่อจากนี้ท่านสบายใจได้แล้วเพราะท่านสามารถรับใช้พระเจ้าที่ท่านรักและเคารพ โดยปราศจากความหวาดกลัวสิ่งใดๆทั้งสิ้น พ่อคิดว่านี่เป็นสาระสำคัญอย่างหนึ่งของการมาปฏิบัติศาสนกิจ เรามาวัดแล้วต้องมีความสุขมีความเบิกบานใจ ปราศจากความกังวลและความรำคาญใจใดๆ

สันติสุขอย่างที่กล่าวมานี้ จะเกิดในชุมชนแห่งความเชื่อของเราได้อย่างไร พ่อไม่ทราบว่าทำไมพระคุณเจ้าจึงให้พ่อกลับมาที่วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้าอีกครั้ง แต่วิธีคิดของพ่อเมื่อถูกส่งให้ไปอยู่ที่ไหน ถ้าผู้ใหญ่ไม่ได้บอกอะไรตรงไปตรงมาว่าให้พ่อไปทำอะไร พ่อก็จะพยายามสังเกตุดูสถานการณ์ที่นั่นว่าเป็นอย่างไร เมื่อเห็นแล้วพ่อคิดว่าการนำสันติสุขกลับสู่ชุมชนแห่งความเชื่อ น่าจะเป็นพันธกิจหนึ่งที่สำคัญของพ่อ ซึ่งพ่อก็พยายามสุดความสามารถที่จะนำกลับมา แต่เรื่องนี้พ่อไม่สามารถทำคนเดียวได้ ต้องอาศัยความร่วมมือของทุกๆฝ่ายทุกๆคน ที่มีจิตสำนึกและความปรารถนาหนึ่งเดียวกัน นั่นก็คือปรารถนาให้ชุมชนแห่งความเชื่อแห่งนี้มีความสงบสุข อะไรที่ร่วมมือได้ต้องให้ความร่วมมือ อะไรที่ทำได้ต้องช่วยกันทำ อะไรที่เป็นอุปสรรค์ต้องช่วยกันสะสาง โดยมีเป้าหมายหนึ่งเดียวกัน เพื่อความสงบสุขของชุมชนแห่งความเชื่อนี้

พี่น้อง พ่อเห็นบรรยากาศในช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมา พ่อรู้สึกว่ามีคนมาวัดของเรามากขึ้น หลังมิสซาก็เห็นคนอยู่ทานโน้นทานนี่ดื่มนั่นดื่มนี่ พูดคุยกันมากขึ้น และมีหลายคนอยู่ต่อที่วัดช่วยทำโน้นทำนี่ พ่อคิดว่าบรรยากาศของวัดเราค่อยๆดีขึ้นแล้วนะครับ เราต้องช่วยกันร่วมมือกันต่อไป คิดถึงบรรยากาศเดิมๆที่มีคนอยู่อ่านพระคัมภีร์ร่วม กันเต็มศาลาเรือนไทย เด็กๆก็มานั่งสวดนั่งคุยกันที่เต็นท์เก่าๆ เวลามีคุณพ่อมาเทศน์มิสชัน ต้องการพูดคุยกับสัตบุรุษเรื่องงานประกาศข่าวดี ให้พ่อรวมสัตบุรุษให้ พ่อบอกกับพ่อท่านนั้นว่า “ไม่ต้องรวมพ่อมาร่วมแบ่งปันกับพวกเขาได้เลย” คุณพ่อท่านนั้นมาร่วมแล้วก็ประทับ ใจกลับไป มีนักบวชหลายคณะบ้านเณรต่างๆมาหากระแสเรียกก็ไม่ต้องรวมเด็กเพราะเด็กรวมตัวกันอยู่แล้ว มาพูดคุยกับเด็กได้เลย แต่ต้องพูดเรื่องกระแสเรียกทั่วไป แล้วจึงพูดถึงพันธกิจของคณะของตนและเชิญชวนเด็ก บรรยากาศแบบนี้เคยเกิดขึ้นและมีอยู่ที่นี่ แต่ตอนนี้มันหายไปแล้วครับและพ่อก็เสียดายพยายามนำมันกลับคืนมา พ่อเชื่อแน่ว่าถ้าพวกเราปรารถนาจะให้วัดของเรามีบรรยากาศแบบนี้  เราสามารถสร้างขึ้นได้อีก เพียงแต่ว่าเราต้องเสียสละต้องช่วยกันต้องร่วม มือกัน เพราะเราเคยทำสำเร็จมาแล้ว.     

จาก คุณพ่อเจ้าวัด

***********************************************

ผู้ยิ่งใหญ่ตามทางโลกและทางธรรม

ผู้ยิ่งใหญ่ทางโลกและทางธรรม เป็นแนวความคิดที่แตกต่างและสวนทางกันโดยสิ้นเชิง จากประสบการณ์ที่เราสัมผัสได้ในชีวิตจริง ความยิ่งใหญ่ที่แท้จริงไม่ใช่การมีอำนาจสั่งการ แต่เป็นความ สามารถในการครองใจคน ด้วยเหตุนี้ “ผู้ยิ่งใหญ่ที่แท้จริงต้องสามารถนั่งในใจของคน ไม่ใช่นั่งบนหัวคนอื่น” พระเยซูคริสตเจ้าทรงชี้ประเด็นให้เราเห็นความแตกต่าง ระหว่างผู้ยิ่งใหญ่ตามประสาโลก และผู้ยิ่งใหญ่ตามจิตตารมณ์พระวรสารอย่างชัดเจน “ท่านทั้งหลายย่อมรู้ว่า คนต่างชาติที่คิดว่าตนเป็นหัวหน้า…..เป็นเจ้านายเหนือผู้อื่น และ….ใช้อำนาจบังคับ แต่ท่านทั้งหลาย……..ผู้ใดที่ปรารถนาจะเป็นใหญ่ จะต้องทำตนเป็นผู้รับใช้ผู้อื่น และผู้ใดที่ปรารถนาจะเป็นคนที่หนึ่ง….ก็จะต้องทำตนเป็นผู้รับใช้ทุกคน” (มก.10:42-44) คำสอนของพระเยซูคริสตเจ้าในเรื่องนี้ไม่ได้นำมาซึ่งความสำเร็จทางธรรมเท่านั้น แม้แต่ทางโลกเองเราจะพบว่าสถานประกอบการที่ให้บริการด้วยความสุภาพอ่อนน้อม หรือผู้ที่ประกอบอาชีพใดๆไม่ว่าที่ประกอบอาชีพของตนตามแนวทางที่พระเยซูคริสตเจ้าสอน จะประสบความสำเร็จในกิจการนั้นๆเสมอ

ผู้รับใช้ตามคำสอนของพระเยซูคริสตเจ้า หมายถึงผู้ที่สละตนเองอุทิศตนเพื่อประโยชน์สุขของผู้อื่น หรือเพื่อประโยชน์สุขของส่วนรวม และพระองค์เองก็คือผู้รับใช้ตามที่พระองค์สอนเพราะพระองค์มิได้สอนเพียงทฤษฎี แต่พระองค์ดำเนินชีวิตเป็นแบบอย่างให้เราปฏิบัติตามพระองค์  “บุตรแห่งมนุษย์มิได้มาเพื่อให้ผู้อื่นรับใช้ แต่มาเพื่อรับใช้ผู้อื่น และมอบชีวิตของตนเป็นสินไถ่เพื่อมวลมนุษย์”(มก.10:45) พระองค์ยอมมอบชีวิตของพระองค์บนไม้กางเขนเพื่อช่วยมนุษยชาติให้พ้นจากบาปโทษทั้งปวง “บุตรแห่งมนุษย์จะถูกมอบ….จะถูกสบประมาท เยาะเย้ย ถ่มน้ำลายรด โบยตี และฆ่าเสีย” (มก.10:33-34) ในระหว่างอาหารค่ำมื้อสุดท้ายตามที่นักบุญยอห์นบันทึกไว้ พระองค์ทรงให้แบบอย่างที่ชัดเจนในการล้างเท้าอัครสาวกและสั่งให้อัครสาวกปฏิบัติตาม  “ท่านทั้ง หลายเรียกเราว่าอาจารย์และองค์พระผู้เป็นเจ้า ก็ถูกแล้ว เพราะเราเป็นอย่างนั้นจริงๆ ในเมื่อเราซึ่งเป็นทั้งองค์พระผู้เป็นเจ้าและอาจารย์ยังล้างเท้าให้ท่าน ท่านก็ต้องล้างเท้าให้กันและกันด้วย เราวางแบบอย่างไว้ให้แล้ว ท่านจะได้ทำเหมือนที่เราทำกับท่าน” (ยน.13:14-15)

พระวรสารที่เราได้ฟังได้อ่านในวันนี้สะท้อนให้เห็น ปัญหาทีเกิดขึ้นในหมู่อัครสาวก เพราะพวกท่านดำเนินชีวิตตามประสาโลกและพระเยซูคริสตเจ้าพยายามสอนให้พวกท่านเข้าใจวิถีทางของพระ องค์ แต่เวลานั้นพวกท่านยังไม่เข้าใจเพราะพวกท่านยังคงคิดถึงความยิ่งใหญ่ตามประสาโลกอยู่เหมือนเดิม ทำให้เราทราบถึงรากเหง้าของปัญหาในสังคมและในครอบครัวของเรา ตราบใดที่เรายังดำเนินชีวิตตามประสาโลก มีความมักใหญ่ใฝ่สูง แกร่งแย่งแข่งขัน จองหอง ผิดไม่ได้ ขอโทษไม่เป็น คิดว่าตนเองเป็นมาตรการตัดสินทุกสิ่ง ครอบครัวและสังคมของเราจะไม่มีทางมีความสงบสุข จะมีแต่การชิงดีชิงเด่น ทะเลาะวิวาท และความแตกแยก พระเยซูคริสตเจ้าทรงทราบถึงปัญหานี้ดี จึงทรงพยายามสอนและให้แบบอย่างที่ชัดเจนแก่เรา และสั่งให้เราปฏิบัติตาม เพราะถ้าเราปฏิบัติคำสั่งสอนของพระองค์ เราจะสามารถนำความรัก ความอบอุ่น สัมพันธภาพที่ดี และสันติสุขกลับคืนมาสู่ครอบครัวและสังคมของเรา.

                                     พระเจ้าสถิตกับท่าน

                                    คุณพ่อ สมชาย อัญชลี

 

**************************************************

ประกาศ

  1. โครงการรณรงค์สวดสายประคำ 350,000 สาย ตั้งแต่วันที่ 1 -31 ตุลาคม 2018 ขอเชิญทุกครอบครัว และกลุ่มองค์กรต่างๆ ของวัด รับแบบฟอร์มบันทึกการสวดสายประคำ สิ้นเดือนตุลาคมแล้วนำมาส่งคืนที่วัด
  2. วันอาทิตย์นี้ ทางวัดจะไปเยี่ยมศูนย์มาร์ตินที่ปากเกร็ด จะมีเยาวชนและผู้ที่มาเข้าค่ายไปร่วมจัดกิจกรรมและเลี้ยงอาหารเด็ก ขอเชิญพี่น้องที่สนใจไปร่วมได้
  1. วันอาทิตย์นี้ เป็นวันแพร่ธรรมสากล พ่อตั้งตู้ทานเพื่อขอรับบริจาคเพื่อช่วยงานแพร่ธรรมของพระศาสนจักรสากล ไว้ที่กลางวัด ผู้ที่พอจะช่วยเหลืองานของพระศาสนจักรด้านนี้ได้ เชิญบริจาคได้ที่ตู้ทานกลางวัด
  2. ขอจิตอาสาแสดงละครคริสต์มาส เด็ก-เยาวชน-ผู้ใหญ่ ครูเบญจ์จะมาเริ่มซ้อมแล้ว และนัดซ้อมเป็นครั้งๆไปลงชื่อได้ที่คุณเล็ก
  1. วันศุกร์ที่ 2 พ.ย. 2018 เป็นวันศุกร์ต้นเดือนและเป็นวันที่พระศาสนจักรคิดถึงผู้ล่วงลับเป็นพิเศษ    พ่อจะทำมิสซา Requiem ระลึกถึงผู้ล่วงลับและคุณพ่อมาร์แซล แปร์เรย์เป็นพิเศษ ขอเชิญพี่น้องมาร่วมมิสซา เวลา 19.00 น.
  2. วันเสาร์ที่ 2 พ.ย. 2018 เป็นวันผู้สูงอายุของวัด ขอเชิญผู้สูงอายุ และสัตบุรุษทุกท่านมาสวดภาวนาและร่วมมิสซาด้วยกัน มิสซาเวลา 10.00 น.  จะมีพิธีโปรดศีลเจิมคนไข้ให้ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย และทุกท่านที่ปรารถนาจะรับศีลเจิมคนไข้

Tags: , , ,

'งดแสดงความคิดเห็น'.