สารวัด ฉบับที่ 151197 วันอาทิตย์ที่ 14 ตุลาคม ค.ศ. 2018

บอกเล่าให้ฟัง

วันสวดสายประคำ คริสตชนไทยพร้อมเพียงไม่สิ้นเสียงสายประคำเพิ่งผ่านไป พ่อคิดถึงเหตุการณ์หนึ่งที่พ่อเคยไปช่วยฟังแก้บาปในโอกาสแบบนี้ บังเอิญตู้ฟังแก้บาปที่นั่นเป็นกระจก พ่อจึงมีโอกาสเห็นภาพบรรยากาศภายนอกบ้าง สิ่งที่พ่อเห็นเป็นบรรยากาศที่ดีเป็นภาพที่งดงามจนอดที่จะนำมาเล่าในที่นี้มิได้ พ่อเห็นหลายๆครอบครัวมาสวดสายประคำเป็นครอบครัว บางครอบครัวก็พาลูกตัวเล็กตัวน้อยมาด้วย พี่น้องคงจะทราบธรรมชาติของเด็กเป็นอย่างดีว่า “ซนและนั่งนานๆไม่ค่อยติด” สิ่งที่พ่อประทับใจไม่ใช่เพราะเด็กซนและนั่งไม่ค่อยติด แต่พ่อประทับใจคุณพ่อคุณแม่ที่มีความเพียรพยายาม ในการดูแลลูกและสอนลูกให้สวดสายประคำ สอนลูกให้จับและนับสายประคำว่าตรงนี้สวดบทอะไร ทำให้พ่อคิดถึงคำสอนของพระศาสนจักรที่สอนว่า “พ่อแม่เป็นครูคำสอนคนแรกของลูกๆ การสอนความเชื่อต้องสอนและปลูกฝังตั้งแต่ในครอบครัว”

 

เวลาที่พ่อเห็นสัตบุรุษมาร่วมมิสซาบูชาขอบพระคุณกันเป็นครอบครัว พ่อดีใจถึงแม้ว่าบางครั้งเด็กจะซนไปบ้างก็ตาม เพราะภาพที่พ่อแม่กำลังสอนลูกให้ทำสำคัญมหากางเขน

ให้พนมมือเคารพศีลมหาสนิทเป็นภาพที่น่าประทับใจ วัดของเรามีพ่อแม่ผู้ปกครองหลายท่านพาลูกหลานมาวัด พ่อดีใจครับในภาพที่เห็นแต่ พ่อแม่ต้องมีความเพียรอดทนที่จะสอนลูกและดูแลลูกของตนเอง สอนเด็กๆให้รู้ว่า วัดเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์เป็นที่ประทับของพระเจ้า พ่อคิดว่าเราค่อยๆสอนไปทีละเล็กทีละน้อยเด็กจะค่อยๆเรียนรู้และเข้าใจไปเอง มีเด็กๆ หลายคนสามารถนั่งร่วมมิสซาบูชาขอบพระคุณกับพ่อแม่ได้ นั่นก็หมายความว่า พ่อแม่ของเขาต้องสอนมานานแล้ว พ่อคิดว่าพ่อแม่ของเด็กพวกนี้ต้องใช้ความอดทนมากทีเดียว ในการสอนลูก ไม่ทราบว่าใช้วิธีอะไรกันนัก แต่ก็คงต้องใช้วิธีการหลายอย่างทีเดียวแหละ พ่อขอชื่นชมพ่อแม่เหล่านี้ครับ

        “ลูกไม้ตกไม่ไกลต้น พระเยซูคริสตเจ้าสอนว่า ต้นไม้ดีย่อมเกิดผลดี สุภาษิตและคำสอนนี้ยังคงความเป็นอมตะอยู่เสมอ พี่น้องลองสังเกตดูซิครับว่าจริงหรือเปล่า พ่อแม่ที่มาวัดและมาช่วยงานพระศาสนจักร เราจะเห็นว่าลูกของพวกเขาส่วนใหญ่ก็วนเวียนอยู่ใกล้ตัวและเจริญรอยตามพ่อแม่ หลายคนอาจจะแย้งว่าทำไมลูกของฉันไม่เห็นเป็นอย่างที่พ่อว่าเลย ถ้าเป็นเช่นนี้พ่อเสนอว่า เราลองคิดรำพึงถึงความเป็นมาของเราดูว่าเป็นอย่างไร บางคนปฏิบัติจริงแต่การปฏิบัติไม่ค่อยมีพลังเพราะการปฏิบัติและการดำเนินชีวิตไม่สอดคล้องกัน บางคนปฏิบัติแต่ไม่เคยสอนลูก บางคนชีวิตในอดีตกับปัจจุบันนั้นต่างกันราวกับฟ้าดิน แต่อย่างไรก็ตามไม่มีคำว่า สาย สำหรับการทำความดี ถ้าเรายังมีชีวิตอยู่ พ่อขอเป็นกำลังใจให้กับพี่น้องทุกๆท่าน และพ่อกล้ายืนยันว่าสิ่งที่เราปลูกฝังไว้ ความดีที่เราทำไม่มีวันสูญเปล่า เพราะน้ำใจดีของเรามีค่าในสายพระเนตรของพระเจ้าเสมอ แม้ว่าลูกหลานของเราบางคนอาจจะหลงไปบ้าง แต่ขอให้เชื่อเถอะว่า คนที่เคยได้รับการปลูกฝังสั่งสอนเรื่องดีๆ จะกลับมาง่ายกว่าคนที่ไม่เคยได้รับ แล้วเราจะพบว่าวันหนึ่งเขาจะกลับมา อีกสิ่งหนึ่งที่พี่น้องไม่ควรลืมก็คือคำภาวนาของพ่อแม่มีพลังมหาศาลสำหรับลูกของตน เสียงบ่นช่วยอะไรไม่ได้ แต่คำภาวนาช่วยได้แน่นอน ขอให้เราช่วยกันปลูกฝังความเชื่อและสิ่งดีๆให้กับลูกหลาน และสวดภาวนาให้กับเขามากๆเข้าไว้แล้วที่เหลือพระเจ้าจะจัดการให้เอง.

จาก คุณพ่อเจ้าวัด

***********************************************************************

คนรวยผิดตรงไหน

ยากจริงหนอที่คนมั่งมีจะเข้าพระอาณาจักรของพระเจ้า (มก.10:23) เมื่ออ่านพระวาจาตอนนี้แล้วดูเหมือนว่าพระเยซูคริสตเจ้าจะตำหนิคนร่ำรวย ความร่ำรวยเป็นสิ่งที่ผิด แต่ถ้าพิจารณาอย่างลึกซึ้งแล้วเราจะทราบว่า “ความร่ำรวย” “ความยากจน” ในตัวมันเองยังไม่ถือว่าเป็นสิ่งที่ผิดหรือถูก ความร่ำรวยและความยากจนจะผิดหรือถูก มันขึ้นอยู่กับที่มาและที่ไปของมัน ทำไมถึงร่ำรวย ทำไมถึงยากจน และใช้เงินทองที่มีอยู่ไปทำอะไร คนที่ร่ำรวย ถ้าเขาเป็นคนที่มีอาชีพสุจริต ขยันขันแข็ง รู้จักประหยัด รู้จักใช้เงิน จนมีทรัพย์สินเงินทองเป็นคนร่ำรวย ที่มาของความร่ำรวยแบบนี้ไม่มีความผิดแต่ประการใด แต่ถ้าความร่ำรวยของเขามาจากการทุจริต โกงบ้านโกงเมือง กอบโกย เอาเปรียบคนอื่น ร่ำรวยด้วยวิธีการอย่างนี้ก็ต้องถือว่าเป็นบาปและความผิดแน่นอน ท่านโกงไม่จ่ายค่าจ้างให้กรรมกรที่เก็บเกี่ยวในทุ่งนาของท่าน ค่าจ้างนี้กำลังร้อง….ไปถึงพระกรรณของพระเจ้าจอมโยธาแล้ว (ยก.5:4) คนยากจนก็เช่นเดียวกัน ถ้าเขาได้พยายามทำมาหากิน ประหยัด แต่ก็ยังไม่ร่ำรวย เงินทองไม่พอใช้ ทั้งๆที่ยากจนแต่ก็ไม่เคยทุจริต ไม่ลักขโมยใคร คนยากจนอย่างนี้เราไม่สมควรดูถูกดูแคลนเขา ตรงกันข้ามต้องเห็นอกเห็นใจหาทางช่วยเหลือ

เราใช้ทรัพย์สิ้นเงินทองที่เรามีอย่างไร นี่เป็นที่ไปของความร่ำรวยและความยากจน พระเยซูคริสตเจ้าทรงเชื้อเชิญเศรษฐีหนุ่มคนนั้นให้ใช้เงินทองอย่างถูกต้อง ไม่ใช่คิดถึงแต่ตนเองแต่ต้องคิดถึงผู้อื่นด้วย ท่านยังขาดสิ่งหนึ่งจงไปขายทุกสิ่งที่มี มอบเงินให้คนยากจนและท่านจะมีขุมทรัพย์ในสวรรค์ (มก.10:21)  พระเจ้าทรงสร้างสรรพสิ่งมาสำหรับมนุษย์ทุกคน และจงใจสร้างมนุษย์ให้มีความแตกต่างกัน มีคนอ่อนแอ มีคนเข้มแข็ง มีคนร่ำรวย มีคนยากจน ฯลฯ เพราะทรงมีพระประสงค์ให้เราใช้ความแตกต่าง แสดงความรักความเมตตา ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน เพื่อทำให้เราทราบว่าเราอยู่ในครอบครัวของพระเจ้า เราเป็นพี่น้องกัน มีพระเจ้าเป็นพระบิดา เราจึงต้องช่วยเหลือกัน และเราไม่มีสิทธิ์ครอบครองสิ่งที่เรามีเพื่อประโยชน์ส่วนตนฝ่ายเดียว ท่านมีชีวิตอย่างหรูหราฟุ่มเฟือยในโลกนี้ และกินเลี้ยงอย่างสนุกสนาน…… ไว้รอวันประหาร”(ยก.5:5) เราอย่าคิดว่าการใช้ชีวิตแบบนี้เป็นเฉพาะคนร่ำรวยเท่านั้น แต่คนยากจนหลายๆคนก็ใช้ชีวิตอย่างนี้ด้วยและนี่อาจจะเป็นสาเหตุของความยากจนของเขาก็เป็นได้

ความร่ำรวยที่เป็นอุปสรรค์ต่อการเข้าพระอาณาจักรสวรรค์ คือความร่ำรวยฝ่ายจิตใจ จิตใจหมกมุ่นอยู่กับทรัพย์สมบัติฝ่ายโลก จนไม่เห็นคุณค่าของพระอาณาจักรสวรรค์ เขาจะทุ่มเทสรรพกำลังทั้งหมด เพื่อให้ได้มาซึ่งทรัพย์สมบัติฝ่ายโลก เพื่อบำรุงบำเรอกิเลสตัณหาของตนเพราะคิดว่านั่นเป็นความสุขแท้ ส่วนคุณค่าของพระอาณาจักรสวรรค์ ความศักดิ์สิทธิ์ ความรัก ความยุติธรรม สันติสุข และความชื่นชมยินดี เขาจะไม่สนใจละเลยไม่ดำเนินชีวิตตามคุณค่าของพระอาณาจักรนั้น พระเยซูคริสตเจ้าจึงตรัสว่า อูฐจะลอดรูเข็มยังง่ายกว่าคนมั่งมีเข้าสู่พระอาณาจักรของพระเจ้า”(มก.10:25) ขอให้พระวาจาของพระเจ้าทำให้เราเข้าใจคุณค่าของพระอาณา จักรสวรรค์ ออกแรงสุดความสามารถที่จะดำเนินชีวิตตามคุณค่านั้น ซึ่งจะทำให้เราได้รับความสุขนิรันดรกับพระเจ้าในเมืองสวรรค์ อันเป็นขุมทรัพย์ที่แท้จริงของเรา.

พระเจ้าสถิตกับท่าน

คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

 

ประกาศ

1.โครงการรณรงค์สวดสายประคำ 350,000 สาย

ตั้งแต่วันที่ 1 -31 ตุลาคม 2018 ขอเชิญทุกครอบครัว และกลุ่มองค์กรต่างๆ ของวัด รับแบบฟอร์มบันทึกการสวดสายประคำ สิ้นเดือนตุลาคมแล้วนำมาส่งคืนที่วัด

2.วันอาทิตย์นี้ ประชุมสภาภิบาล หลังมิสซาเวลา 10.30 น. ขอเชิญคณะกรรมการสภาภิบาลที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการแล้ว เข้าร่วมประชุมโดยพร้อมเพียง

3.วันอาทิตย์นี้ ขอให้ผู้ช่วยมิสซา ผู้ที่จะมาฝึกช่วยมิสซา และผู้ที่ปรารถนาอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน   รวมกันที่ศาลาเรือนไทย หลังมิสซา เวลา 10.30 น. เพื่อหัดช่วยมิสซาและอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน

4.วันอาทิตย์นี้ เวชบุคคลคาทอลิกจะมาให้บริการตรวจสุขภาพพื้นฐาน  ผู้ใดสนจขอรับบริการได้หลังมิสซา

5.ทางวัดจัดค่ายคำสอนระยะสั้น วันเสาร์ที่ 20 ถึงวันอังคารที่ 23 ต.ค. 2018 รวม 4 วันค้างที่วัด 3 คืน เชิญชวนพี่น้องส่งลูกหลานตั้งแต่ ป.3 ถึง ระดับมหาวิทยาลัย มาเข้าค่าย เพื่อมาอยู่และทำกิจกรรมร่วมกัน และเรียนรู้เรื่องพิธีกรรมต่างๆ เป็นจะได้เป็นอนาคตของวัดสืบไป

6.วันอาทิตย์ที่ 21 ต.ค. 2018 ทางวัดจะไปเยี่ยมศูนย์มาร์ตินที่ปากเกร็ด จะมีเยาวชนและผู้ที่มาเข้าค่ายไปร่วมจัดกิจกรรมและเลี้ยงอาหารเด็ก ขอเชิญพี่น้องที่สนใจไปร่วมได้ และพ่อได้ตั้งตู้ทานขอรับบริจาคเพื่อสนับสนุนกิจการของศูนย์ไว้ที่กลางวัด ถ้าผู้ใด

พอช่วยได้ขอให้ช่วยสนับสนุนกิจการของพระศาสนจักรนี้ด้วยกัน

7.ขอจิตอาสาแสดงละครคริสต์มาส เด็ก-เยาวชน-ผู้ใหญ่ ครูเบญจ์จะมาเริ่มซ้อม วันที่ 15 ต.ค. 2018 ลงชื่อได้ที่คุณเล็ก

Tags:

'งดแสดงความคิดเห็น'.