ฉบับที่ 15007 วันอาทิตย์ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2015

บอกเล่าให้ฟัง

ความเงียบเป็นสิ่งที่สำคัญและจำเป็นในชีวิตของมนุษย์ ในความสงบเงียบเราสามารถพิจารณาไตร่ตรองชีวิต พบคุณค่าที่แท้จริง และสามารถพบตัวตนที่แท้จริงของเรา ในการสวดภาวนาความเงียบเป็นองค์ประกอบที่สำคัญ ที่ช่วยให้การสวดภาวนามีประสิทธิภาพมากขึ้น การสวดภาวนาเป็นการยกจิตใจขึ้นหาพระเจ้าสนทนากับพระองค์ ด้วยเหตุนี้การสวดภาวนาจึงต้องมีทั้งการพูดและการฟัง พระเยซูคริสตเจ้าทรงสอนว่า “เมื่อพวกท่านสวดภาวนาจงอย่าพูดมากเหมือนผู้ที่ไม่มีความเชื่อ เพราะพระเจ้าผู้เป็นบิดาของพวกท่านทรงทราบความต้องการของพวกท่านก่อนที่ท่านจะวอนขอเสียอีก” หลายๆครั้งในการสวดภาวนาเราพูดมากเกินไป เราก้มหน้าก้มตาขอ ก้มหน้าก้มตาท่องบทภาวนา จนเราลืมฟังเสียงของพระเจ้าซึ่งต้องการตรัสกับเรา ในเมื่อเราไม่ฟังเสียงของพระองค์เราจะได้ยินเสียงของพระองค์ได้อย่างไร การมีเวลาเงียบเพื่อฟังเสียงของพระเจ้าจึงมีความสำคัญในการสวดภาวนา

เราคงเคยได้ยินบ่อยๆเกี่ยวกับการเข้าเงียบ การเข้าเงียบเป็นเวลาพิเศษของผู้เข้าเงียบกับพระเจ้า ที่ใช้ในการสวดภาวนา รำพึงไตร่ตรองชีวิตโดยอาศัยพระวาจาของพระเจ้าเป็นเครื่องนำทาง เป็นเวลาที่ผู้เข้าเงียบจะออกจากหน้าที่การงาน ความวุ่นวายทั้งหลาย ให้เวลาในการสร้างความสัมพันธ์กับพระเจ้าและฟังเสียงของพระองค์ แต่หลายๆครั้งการเข้าเงียบไม่ได้เป็นการเข้าเงียบตามความหมาย เพราะผู้เทศน์พูดมากเกินไปจนผู้เข้าเงียบไม่มีเวลาเงียบฟังเสียงของพระเจ้า บางครั้งผู้เข้าเงียบเองไม่ยอมเงียบ การเข้าเงียบจึงไม่ค่อยบังเกิดผล เพราะผู้เข้าเงียบไม่ได้ฟังเสียงของพระเจ้าที่ต้องการตรัสกับเขา การเข้าเงียบที่ไม่มีเวลาเงียบ ผู้เข้าเงียบก็อาจจะได้วาทศิลป์ดีๆ ข้อคิดดีๆบางประการ ซึ่งเปรียบเหมือนเมล็ดข้าวที่ตกลงบนดินปนหินมีดินน้อย มันจะงอกขึ้นอย่างรวดเร็วแล้วก็เหี่ยวเฉาไปเพราะหยั่งรากไม่ลึก ผู้เข้าเงียบอาจจะชื่นชมวาทศิลป์ข้อคิดเหล่านั้นไปสักพักหนึ่งแล้วก็ลืมเสีย ส่วนการสวดภาวนาที่เอาแต่สวดขอโน่นขอนี่อยู่ตลอดเวลานั้นเป็นสิ่งที่ดีเหมือนกัน เพราะอย่างน้อยก็เป็นเครื่องหมายอย่างหนึ่ง แสดงว่าคนนั้นมีความเชื่อความศรัทธาอยู่บ้าง แต่เขาจะไม่มีทางรู้ว่าพระเจ้าต้องการบอกอะไรกับเขา พระประสงค์ที่แท้จริงของพระองค์คืออะไร เพราะเขาไม่ได้หยุดเงียบฟังเสียงของพระองค์ทำไมหลายๆคนจึงเงียบไม่ได้ อาจเป็นเพราะว่าพวกเขากลัวความเงียบ ในความเงียบพวกเขาจะพบตัวตนที่แท้จริง จะได้ยินเสียงมโนธรรมของตนที่ฟ้องกล่าวโทษตนเองอยู่ในบางเรื่อง และพวกเขาพยายามกลบเกลื่อนโดยใช้เสียงอึกทึกครึกโครม การทำงาน การว่ากล่าวคนอื่น อารมณ์ที่รุนแรง ฯลฯ พวกเขาหวังว่าสิ่งเหล่านี้จะทำให้พวกเขาไม่ต้องเผชิญหน้ากับความเป็นจริงแห่งตน แต่น่าเสียดายนี่ไม่ใช่การแก้ปัญหาที่แท้จริง การเปิดใจยอมรับความเป็นจริงแห่งตน ยอมลำบาก ยอมเจ็บสักครั้ง จึงเป็นเหมือนกับการที่คนไข้ยอมให้หมอฉีดยารักษา คนที่ถูกเสี้ยนตำยอมให้เอาเข็มบ่งเสี้ยนออก อาการป่วยไข้ เจ็บปวดก็จะมีทางรักษาเยียวยา ด้วยเหตุนี้การเว้นวรรคชีวิตอยู่เงียบๆบ้าง การพิจารณามโนธรรมด้วยความสงบเงียบในแต่ละวัน จังหวะเงียบในการสวดภาวนา การเฝ้าศีลมหาสนิทเงียบๆบ้างจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ ในการพัฒนาเยี่ยวยารักษาชีวิตของเราให้เติบโตและสมบูรณ์แบบมากขึ้น

จาก คุณพ่อเจ้าวัด

พระเมตตาของพระเจ้า

ในวันนี้พระวรสารนักบุญมาระโกได้พรรณนา ถึง เรื่องการรักษาคนโรคเรื้อนของพระเยซูคริสตเจ้าไว้อย่างน่าประทับใจ “พระเยซูเจ้าทรงสงสาร ตื้นตันพระทัย จึงทรงยื่นพระหัตถ์สัมผัสเขา ตรัสว่า เราพอใจจงหายเถิด ทันใดนั้นโรคเรื้อนก็หาย เขากลับเป็นปกติ” (มก.1:41-42) กิจการที่พระเยซูคริสตเจ้ากระทำเป็นสิ่งที่สวนทางกับความคิดและคำสอนของบรรดาอาจารย์ชาวยิวในสมัยนั้นโดยสิ้นเชิง คำสอนในสังคมชาวยิวสมัยนั้นมักจะเป็นคำสอนในเชิงแบ่งแยกกีดกันสั่งห้าม อาทิ ห้ามคบหาสมาคมกับคนเก็บภาษี หญิงโสเภณี คนต่างชาติต่างศาสนา และคนที่สังคมตราหน้าว่าเป็นคนบาปคนที่พระเจ้าสาปแช่ง ห้ามเข้าใกล้คนป่วยบางประเภท เพราะจะทำให้คนเข้าไปใกล้ หรือคบหาสมาคมด้วยนั้นมีมลทิน เป็นต้นคนที่เป็นโรคเรื้อน ใครก็ตามที่เป็นโรคเรื้อนตามกฎหมายจะต้องแยกตัวไปอยู่ต่างหากห้ามอยู่ปะปนกับผู้อื่น เมื่อจะไปไหนมาไหนจะต้องให้สัญญาณเตือนว่า “คนไม่สะอาดมาแล้ว” เพื่อผู้อื่นจะได้ถอยห่างออกไป แต่สิ่งที่พระเยซูคริสตเจ้าทรงกระทำนั้นกลับตรงกันข้าม “พระองค์ทรงเข้าไปใกล้และสัมผัสคนโรคเรื้อน พระองค์ทรงยอมคบหาสมาคมกับคนบาปด้อยค่าในสังคม ทานอาหาร และไปพักในบ้านของพวกเขา”

ภาพพจน์ของคนโรคเรื้อนน่ารังเกียจในพระคัมภีร์ เป็นภาพของความน่าทุเรศทุรังน่ารังเกียจของมนุษย์ผู้ตกในบาป กิจการของพระเยซูคริสตเจ้าจึงสะท้อนให้เห็นพระเมตตารักขององค์พระผู้เป็นเจ้าต่อเรามนุษย์ หลังจากที่มนุษย์ตกในบาปแล้วพระองค์ไม่ทรงทอดทิ้ง ไม่ทรงรังเกียจ แต่ทรงทอดพระเนตรด้วยความเมตตาตลอดเวลา “พระเยซูเจ้าทรงสงสาร ตื้นตันพระทัย”(มก.1:41) การเสด็จมาบังเกิดเป็นมนุษย์ขององค์พระผู้เป็นเจ้า ทำให้เราทราบว่าทำไมพระองค์จึงเสด็จมา เพราะทรงปรารถนาที่จะร่วมทุกข์ร่วมสุขกับเรามนุษย์ ยอมรับสภาพมนุษย์ที่น่าเวทนา เพื่อไถ่กู้เราให้พ้นจากความชั่วร้าย บาป และความตาย พระองค์ปรารถนาแสดงให้มนุษย์รู้พระประสงค์ของพระเจ้า ซึ่งต่างจากความคิดของมนุษย์อย่างสิ้นเชิง มนุษย์กีดกันแบ่งแยกผู้ที่แปลกแยกจากตน คนที่เคยพลาดผิด คนที่สังคมตราหน้าว่าชั่วร้าย ฯลฯ แต่พระเจ้าทรงแสวงหา เข้าไปพบ และให้โอกาส เพื่อให้มนุษย์เข้าใจในพระเมตตาของพระองค์ จะได้กล้าเข้าไปขอพึ่งพระเมตตานั้น เพราะนี่เป็นหนทางที่มนุษย์จะได้รับความรอดพ้น

คนๆหนึ่งจะปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตกลับใจ ต่อเมื่อเขารู้ได้ถึงความน่าทุเรศทุรังความน่าเวทนาซึ่งมาจากบาปที่เขากระทำ และได้สัมผัสซาบซึ้งถึงพระเมตตาของพระเจ้า เหมือนคนโรคเรื้อนคนนั้นที่คุกเข่าลงขอพระเมตตา “คุกเข่าลงอ้อนวอนว่า ถ้าพระองค์พอพระทัย พระองค์ย่อมทรงรักษาข้าพเจ้าให้หายได้” (มก.1:40) สภาพจิตใจเช่นนี้เป็นสภาพจิตใจของผู้สำนึกผิดและเข้าใจในพระเมตตาของพระเจ้า ซึ่งทำให้เขาพ้นจากความทุกข์ทรมานและหายจากโรคเรื้อนนั้น คนที่สำนึกผิดขอโทษด้วยความจริงใจ เขาจะได้รับการอภัยโทษจากพระเจ้าเช่นเดียวกัน ขอให้พระวาจาของพระเจ้าเตือนใจให้เราสำนึกถึงความต่ำต้อย น่าเวทนาของเราซึ่งไม่ต่างจากคนเป็นโรคเรื้อน และเข้าไปขอพึ่งพระเมตตาของพระเจ้าเสมอ การเข้าไปพึ่งพระเมตตาของพระเจ้าด้วยความสุภาพถ่อมตนนี่แหละ เป็นหนทางแห่งความรอดพ้นของเรา.

พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

ประกาศ

  1. วันอาทิตย์นี้ ขอให้ผู้อ่านบทอ่านและผู้ที่ปรารถนาจะอ่านบทอ่าน รวมกันที่ศาลาเรือนไทย เพื่อจัดตารางเวลาและอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน
  2. วันพุธที่ 18 ก.พ. 2015 เป็นวันพุธรับเถ้าเริ่มเทศกาลมหาพรต
    ขอเชิญพี่น้องมาร่วมมิสซาเสกและโปรยเถ้า มิสซาเวลา 19.00 น.
  3. วันพฤหัสฯที่ 19 ก.พ. 2015 เป็นวันตรุษจีน จะมีมิสซาอวยพรในโอกาสปีใหม่
    ของชาวจีน ขอเชิญพี่น้องมาร่วมมิสซารับพรตรุษจีน มิสซาเวลา 9.00 น.
  4. วันอาทิตย์ที่ 22 ก.พ. 2015 มีประชุมเยาวชน
    ขอให้เยาวชนและผู้ที่ปรารถนาที่จะมาร่วมกลุ่มเยาวชนวัด เข้าประชุมหลังมิสซา
  5. วันอาทิตย์ที่ 1 มี.ค. 2015 เป็นวันอาทิตย์ต้นเดือนมีโปรดศีลล้างบาปเด็ก ผู้ที่ปรารถนานำเด็กมารับศีลล้างบาป ให้กรอกข้อมูลล่วงหน้า ใบกรอกข้อมูลรับได้ที่บ้านพักพระสงฆ์

download ไฟล์ สารวัดฉบับเต็ม ได้ที่นี่ สารวัดประจำสัปดาห์ 15-02-2015

Tags: , ,

'งดแสดงความคิดเห็น'.